วันศุกร์ที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554

พีเอชพี (PHP)
 ภาษาคอมพิวเตอร์ในลักษณะเซิร์ฟเวอร์ - สคริปต์ โดยลิขสิทธิ์อยู่ในลักษณะโอเพนซอร์ส ภาษาพีเอชพีใช้สำหรับจัดทำเว็บไซด์ และแสดงผลออกมาในรูปแบบ HTML โดยมีรากฐานโครงสร้างคำสั่งมาจากภาษา ภาษาซี  ภาษาจาวา และ ภาษาเพิร์ล ภาษาพีเอชพี นั้นง่ายต่อการเรียนรู้ ซึ่งเป้าหมายหลักของภาษานี้ คือให้นักพัฒนาเว็บไซต์สามารถเขียน เว็บเพจที่มีความตอบโต้ได้อย่างรวดเร็ว 
                 ประวัติความเป็นมาของภาษา PHP
                PHP เป็นภาษาจำพวก scripting language  คำสั่งต่างๆจะเก็บอยู่ในไฟล์ที่เรียกว่าสคริปต์ (script) และเวลาใช้งานต้องอาศัยตัวแปลชุดคำสั่ง ตัวอย่างของภาษาสคริปก็เช่น JavaScript, Perl เป็นต้น ลักษณะของ PHP ที่แตกต่างจากภาษาสคริปต์แบบอื่นๆ คือ PHP ได้รับการพัฒนาและออกแบบมา เพื่อใช้งานในการสร้างเอกสารแบบ HTML โดยสามารถ สอดแทรกหรือแก้ไขเนื้อหาได้โดยอัตโนมัติ ดังนั้นจึงกล่าวว่า PHP เป็นภาษาที่เรียกว่า server-side หรือ HTML-embedded scripting language เป็นเครื่องมือที่สำคัญชนิดหนึ่ง ที่ช่วยให้เราสามารถสร้างเอกสารแบบ Dynamic HTML ได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีลูกเล่นมากขึ้น
                ถ้าใครรู้จัก Server Side Include (SSI) ก็จะสามารถเข้าใจการทำงานของ PHP ได้ไม่ยาก สมมุติว่า เราต้องการจะแสดงวันเวลาปัจจุบันที่ผู้เข้ามาเยี่ยมชมเว็บไซด์ในขณะนั้น ในตำแหน่ง ใดตำแหน่งหนึ่งภายในเอกสาร HTML ที่เราต้องการ? อาจจะใช้คำสั่งในรูปแบบนี้ เช่น <!--#exec cgi="date.pl"--> ไว้ในเอกสาร HTML เมื่อ SSI ของ web server มาพบคำสั่งนี้ ก็จะกระทำคำสั่ง date.pl ซึ่งในกรณีนิ้ เป็นสคริปต์ที่เขียนด้วยภาษา perl สำหรับอ่านเวลาจากเครื่องคอมพิวเตอร์ แล้วใส่ค่าเวลาเป็นเอาพุท (output) และแทนที่คำสั่งดังกล่าว ลงในเอกสาร HTML โดยอัตโนมัติ ก่อนที่จะส่งไปยังผู้อ่านอีกทีหนึ่ง
                คุณสมบัติ
การแสดงผลของพีเอชพี จะปรากฏในลักษณะHTML ซึ่งจะไม่แสดงคำสั่งที่ผู้ใช้เขียน ซึ่งเป็นลักษณะเด่นที่พีเอชพีแตกต่างจากภาษาในลักษณะไคลเอนต์-ไซด์ สคริปต์ เช่น ภาษาจาวาสคริปต์ ที่ผู้ชมเว็บไซต์สามารถอ่าน ดูและคัดลอกคำสั่งไปใช้เองได้ นอกจากนี้พีเอชพียังเป็นภาษาที่เรียนรู้และเริ่มต้นได้ไม่ยาก โดยมีเครื่องมือช่วยเหลือและคู่มือที่สามารถหาอ่านได้ฟรีบนอินเทอร์เน็ต ความสามารถการประมวลผลหลักของพีเอชพี ได้แก่ การสร้างเนื้อหาอัตโนมัติจัดการคำสั่ง การอ่านข้อมูลจากผู้ใช้และประมวลผล การอ่านข้อมูลจากดาต้าเบส ความสามารถจัดการกับคุกกี้ ซึ่งทำงานเช่นเดียวกับโปรแกรมในลักษณะCGI คุณสมบัติอื่นเช่น การประมวลผลตามบรรทัดคำสั่ง (command line scripting) ทำให้ผู้เขียนโปรแกรมสร้างสคริปต์พีเอชพี ทำงานผ่านพีเอชพี พาร์เซอร์ (PHP parser) โดยไม่ต้องผ่านเซิร์ฟเวอร์หรือเบราว์เซอร์ ซึ่งมีลักษณะเหมือนกับ Cron (ใน ยูนิกซ์หรือลีนุกซ์) หรือ Task Scheduler (ในวินโดวส์) สคริปต์เหล่านี้สามารถนำไปใช้ในแบบ Simple text processing tasks ได้
การแสดงผลของพีเอชพี ถึงแม้ว่าจุดประสงค์หลักใช้ในการแสดงผล HTML แต่ยังสามารถสร้าง XHTML หรือ XML ได้ นอกจากนี้สามารถทำงานร่วมกับคำสั่งเสริมต่างๆ ซึ่งสามารถแสดงผลข้อมูลหลัก PDF แฟลช (โดยใช้ libswf และ Ming) พีเอชพีมีความสามารถอย่างมากในการทำงานเป็นประมวลผลข้อความ จาก POSIX Extended หรือ รูปแบบ Perl ทั่วไป เพื่อแปลงเป็นเอกสาร XML ในการแปลงและเข้าสู่เอกสาร XML เรารองรับมาตราฐาน SAX และ DOM สามารถใช้รูปแบบ XSLT ของเราเพื่อแปลงเอกสาร XML
เมื่อใช้พีเอชพีในการทำอีคอมเมิร์ซ สามารถทำงานร่วมกับโปรแกรมอื่น เช่น Cybercash payment, CyberMUT, VeriSign Payflow Pro และ CCVS functions เพื่อใช้ในการสร้างโปรแกรมทำธุรกรรมทางการเงิน
             การรองรับพีเอชพี
คำสั่งของพีเอชพี สามารถสร้างผ่านทางโปรแกรมแก้ไขข้อความทั่วไป เช่น โน้ตแพด หรือ vi ซึ่งทำให้การทำงานพีเอชพี สามารถทำงานได้ในระบบปฏิบัติการหลักเกือบทั้งหมด โดยเมื่อเขียนคำสั่งแล้วนำมาประมวลผล Apache, Microsoft Internet Information Services (IIS) , Personal Web Server, Netscape และ iPlanet servers, Oreilly Website Pro server, Caudium, Xitami, OmniHTTPd, และอื่นๆ อีกมากมาย. สำหรับส่วนหลักของ PHP ยังมี Module ในการรองรับ CGI มาตรฐาน ซึ่ง PHP สามารถทำงานเป็นตัวประมวลผล CGI ด้วย และด้วย PHP, คุณมีอิสรภาพในการเลือก ระบบปฏิบัติการ และ เว็บเซิร์ฟเวอร์ นอกจากนี้คุณยังสามารถใช้สร้างโปรแกรมโครงสร้าง สร้างโปรแกรมเชิงวัตถุ (OOP) หรือสร้างโปรแกรมที่รวมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน แม้ว่าความสามารถของคำสั่ง OOP มาตรฐานในเวอร์ชันนี้ยังไม่สมบูรณ์ แต่ตัวไลบรารีทั้งหลายของโปรแกรม และตัวโปรแกรมประยุกต์ (รวมถึง PEAR library) ได้ถูกเขียนขึ้นโดยใช้รูปแบบการเขียนแบบ OOP เท่านั้น
พีเอชพีสามารถทำงานร่วมกับฐานข้อมูลได้หลายชนิด ซึ่งฐานข้อมูลส่วนหนึ่งที่รองรับได้แก่ ออราเคิล dBase PostgreSQL IBM DB2 MySQL Informix ODBC โครงสร้างของฐานข้อมูลแบบ DBX ซึ่งทำให้พีเอชพีใช้กับฐานข้อมูลอะไรก็ได้ที่รองรับรูปแบบนี้ และ PHP ยังรองรับ ODBC (Open Database Connection) ซึ่งเป็นมาตรฐานการเชื่อมต่อฐานข้อมูลที่ใช้กันแพร่หลายอีกด้วย คุณสามารถเชื่อมต่อกับฐานข้อมูลต่างๆ ที่รองรับมาตรฐานโลกนี้ได้
พีเอชพียังสามารถรองรับการสื่อสารกับการบริการในโพรโทคอลต่างๆ เช่น LDAP IMAP SNMP NNTP POP3 HTTP COM (บนวินโดวส์) และอื่นๆ อีกมากมาย คุณสามารถเปิด Socket บนเครื่อข่ายโดยตรง และ ตอบโต้โดยใช้ โพรโทคอลใดๆ ก็ได้ PHP มีการรองรับสำหรับการแลกเปลี่ยนข้อมูลแบบ WDDX Complex กับ Web Programming อื่นๆ ทั่วไปได้ พูดถึงในส่วน Interconnection, พีเอชพีมีการรองรับสำหรับ Java objects ให้เปลี่ยนมันเป็น PHP Object แล้วใช้งาน คุณยังสามารถใช้รูปแบบ CORBA เพื่อเข้าสู่ Remote Object ได้เช่นกัน
php calendar หรือ ปฏิทินใน php การเขียน ปฏิทินโดยใช้ภาษา php
แต่ก็เป็นการเสียเวลาไม่น้อยทีเดียวที่จะต้องมาเขียนเจ้าปฏิทินอันน้อยๆ แต่ใช้เวลาประดิษประดอยเป็นวันๆ หรือเป็นสัปดาห์เลยทีเดียว ข้อดีของ php คือ มีของฟรีให้ใช้เพียบ ปฏิทินก็เป็น script 



แหล่งที่มา
http://www.bcoms.net/php/index.asp

มีเดียวิกี

มีเดียวิกิ  MediaWiki

ซอฟต์แวร์ที่ใช้ในการจัดการข้อมูลในการทำเว็บไซต์ เป็นที่รู้จักดีในฐานะซอฟต์แวร์หลักสำหรับโครงการวิกิพีเดีย และโครงการในวิกิมีเดีย การทำงานของมีเดียวิกิโดยทำงานบนเซิร์ฟเวอร์เป็นหลัก โดยทำงานกับภาษาพีเอชพี และMySQL โครงการวิกิพีเดียและโครงการอื่นในมูลนิธิวิกิมีเดีย ที่ปัจจุบันใช้งานมีเดียวิกิ ระยะ 3 ภายใต้ลิขสิทธิ์แบบGFDL โดยซอฟต์แวร์ ถูกใช้ภายใต้ GPL
ผู้จัดทำและประวัติ
แมกนัส มันสเก (Magnus Manske) นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์การเคมี มหาวิทยาลัยโคโลญจน์ ประเทศเยอรมนี  เป็นผู้เริ่มออกแบบ ซอฟต์แวร์มีเดียวิกิ
ทำงานโดยภาษาพีเอชพี และฐานข้อมูล MySQL ซึ่งต่อมาได้มีโปรแกรมเมอร์หลายคนได้ร่วมในโครงการนี้
ในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2545
 โครงการระยะที่ 1 ชื่อ ยูสมอดวิกิ (UseModWiki) ได้เปลี่ยนมาเป็น
โครงการระยะที่ 2 และในเดือนมิถุนายน ปีเดียวกัน ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น มีเดียวิกิ
(โครงการระยะที่ 3) ชื่อในปัจจุบัน ในปัจจุบัน ไบรออน วิบเบอร์ เป็นแกนนำผู้พัฒนาซอฟต์แวร์มีเดียวิกิ

การพัฒนาจากโครงการระยะที่ 2 เป็นระยะที่ 3

ในวันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2545 วิกิพีเดีย ได้ย้ายจากเซิร์ฟเวอร์เดิมไปสู่เซิร์ฟเวอร์ใหม่ (โครงการระยะ 3) ที่มีความสามารถสูงกว่าและเนื้อที่ที่มากกว่า ความสามารถหลักระหว่างโครงการระยะที่ 3 คล้ายกับโครงการในระยะที่ 2 โดยเพิ่มความสามารถดังต่อไปนี้เข้าไป ได้แก่ ระบบอัปโหลดรูป และการใช้ภาพในบทความ ระบบค้นหาข้อมูล โดยสามารถเก็บข้อมูลดัชนี ได้ในลักษณะทั้ง 2 และ 3 ตัวอักษร เพิ่มแถบข้างที่สามารถย้ายได้ สำหรับเว็บเบราว์เซอร์รุ่นใหม่ มีการจัดเก็บหมายเลขไอพี ของแต่ละการแก้ไข เพื่อให้สามารถติดตามการแก้ไขได้ เนื่องจากในระยะหลังมีผู้ใช้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนเพิ่มมากขึ้น และหลายคนได้ช่วยเขียนในหลายบทความ เพิ่มความสามารถใช้สมการคณิตศาสตร์ เพิ่มความสามารถทำงานกับบอต เพิ่มระบบเก็บสถิติผู้ใช้แบบใหม่ ที่ใช้ทรัพยากรของเครื่องน้อยลง และเซิร์ฟเวอร์ของวิกิพีเดียกับเซิร์ฟเวอร์ของฐานข้อมูล สามารถทำงานแยกกัน
ซอฟต์แวร์ในโครงการระยะที่ 3 นี้ มีชื่อเสียงโด่งดังและมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ก็มีการแก้ไขข้อบกพร่องและเสริมความเสถียรของระบบ
จุดสำคัญ
ความเคลื่อนไหวคือต้องมี visibility หรือถูกแสดงออกมาให้แจ่มชัด มีความเป็น publicity คือคนในชุมชนต้องเห็นความเคลื่อนไหวนั้นอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช่ว่าเห็นเฉพาะคนส่งสารกับคนรับสารเท่านั้น ดังนั้นเราจึงไม่มีวันเห็นเว็บบอร์ดที่มีแต่ private message และอีเมลไม่ถูกเรียกว่าเป็นชุมชน (แต่ mailing list ที่ทุกคนเห็นเมลของกันและกัน ถือเป็นชุมชน)
จุดบอดสำคัญ
1.                         Wiki คือหน้าแรกนั้นเป็น static และต้องใช้การแก้ไขด้วยมือเสมอ (ถึงแม้จะเป็นไปได้ที่จะติดตั้งสคริปต์แสดงเนื้อหาอัตโนมัติเพิ่มเติม) เมื่อผู้เข้าชมเว็บเข้ามายังหน้าแรกซึ่งเป็นหน้าหลัก ก็จะพบกับเพจหน้าตาเดิมๆ ซึ่งส่งผลให้ผู้ใช้ถอยหนีตามที่อธิบายไปแล้ว และถ้าจะปิดจุดอ่อนนี้โดยการแก้ไขหน้าแรกด้วยมือ ในระยะยาวนั้นเป็นไปไม่ได้แน่นอน และไม่ใช่การใช้งาน CMS ที่ถูกต้องนัก
2.                      ระบบคอมเมนต์ใน MediaWiki นั้นไม่ได้ถูกออกแบบมาสำหรับคอมเมนต์ มันเป็นการนำระบบจัดการเอกสารมาใช้เป็นคอมเมนต์กลายๆ คอมเมนต์ของ MediaWiki นั้นไม่ถูกแสดงรวมในหน้าเดียวกับเนื้อหา แต่แยกเป็นอีกแท็บ (ขาด visibility) และการที่คอมเมนต์ถือเป็นเอกสารอีกหนึ่งชิ้น ทำให้เส้นแบ่งระหว่างคอมเมนต์ของผู้ใช้แต่ละคนดูได้ยาก (ขาด separation)
สรุป
MediaWiki ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้เป็นเว็บชุมชน ไม่เน้น เพราะมันถูกสร้างมาเป็นระบบจัดการเอกสาร (ซึ่งทำได้ดีเยี่ยมในหลายเรื่อง เช่น ระบบ revision หรือระบบ category อย่างเทพ) ไม่ควรใช้มาเป็นเครื่องมือหลักในการทำเว็บชุมชน
แหล่งที่มา
http://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%A1%E0%B8%B5%E0%B9%80%E0%B8%94%E0%B8%B5%E0%B8%A2%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%81%E0%B8%B4
http://www.isriya.com/node/1884/why-mediawiki-doesnt-suitable-for-community-site


วันพฤหัสบดีที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554



Free BSD
ฟรีบีเอสดี  (อังกฤษFreeBSD)  คือซอฟต์แวร์เสรี  เป็นระบบปฏิบัติการที่เหมือนยูนิกซ์ (Unix-like) สืบทอดมาจาก AT&T UNIX ผ่านทางสายของ Berkeley Software Distribution (BSD) คือ 386BSD และ 4.4BSD ฟรีบีเอสดีรองรับการทำงานบนซีพียูตระกูลหลักๆ หลายตระกูลด้วยกัน นอกจากตระกูล X86 ของอินเทลที่ใช้กันอย่างกว้างขวาง ก็ยังมี DEC Alpha, UltraSPARC ของ Sun Microsystems, Itanium (IA-64), AMD64PowerPC ส่วนของตระกูลรองได้แก่คอมพิวแตอร์สถาปัตยกรรมแบบ PC-98 การรองรับสำหรับตระกูล ARM และ MIPS กำลังอยู่ระหว่างการพัฒนา จุดเด่นที่สำคัญของฟรีบีเอสดีคือประสิทธิภาพและเสถียรภาพ โลโก้ดั้งเดิมและตัวมาสคอตของโครงการฟรีบีเอสดีคือตัวดีม่อนสีแดง
มาร์แชล เคิร์ก แมคคูสิก (Marshall Kirk McKusick) เป็นเจ้าของลิขสิทธิ์ 
ตุ๊กตาสัญลักษณ์ หรือ การ์ตูนสัญลักษณ์ หรือ แมสคอต หรือ จุดเด่นที่สำคัญของฟรีบีเอสดีคือประสิทธิภาพและเสถียรภาพ (โดยส่วนใหญ่แล้วมักจะเป็นสัตว์หรือตัวละครที่เป็นมนุษย์) ที่ถูกใช้นำมานำเสนอหรือเป็นตัวแทนสู่สาธารณชน ส่วนใหญ่แล้วมักจะถูกใช้โดยโรงเรียน มหาวิทยาลัย (ในประเทศไทย บริษัทธุรกิจต่าง ๆ ได้มีการใช้แมสคอทเช่นกัน) แมสคอทยังถูกเรียกแทนชื่อโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยนั้น ๆ เลยก็ได้เช่นกัน (ตัวอย่าง ช้าง สามารถใช้เรียกมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เป็นต้น)
ในวงการกีฬา เช่น การแข่งขันกีฬาโอลิมปิก   (Olympic Games)  ได้มีการจัดทำตัวมาสคอตแตกต่างกันไปในแต่ละปีเพื่อสื่อถึงที่มาและความสำคัญของประเทศเจ้าภาพ เช่น ล่าสุดโอลิมปิกฤดูร้อน 2008 ณ เมืองปักกิ่งประเทศจีน  (Beijing 2008) ได้จัดทำมาสคอตฝูหวาหมีแพนด้า ซึ่งเป็นสัตว์สัญลักษณ์ประจำชาติจีน เป็นต้น
            การพัฒนาฟรีบีเอสดีเป็นแบบเบ็ดเสร็จทั้งระบบปฏิบัติการ กล่าวคือทั้งเคอร์เนล ยูเซอร์แลนด์ยูทิลิตี้เช่น เชลล์ และดีไวซ์ไดรเวอร์อยู่ในทรีของระบบควบคุมเวอร์ชันของซอร์สโค้ด (CVS)  เดียวกัน ซึ่งแตกต่างจากลินุกซ์ที่มีการพัฒนาเฉพาะส่วนของเคอร์เนลโดยบุคคลกลุ่มหนึ่ง ส่วนของยูเซอร์แลนด์ยูทิลิตี้พัฒนาโดยกลุ่มอื่นๆ เช่น กลุ่มในโครงการของกนูและนำมารวมเข้าด้วยกันกับโปรแกรมประยุกต์กลายเป็นดิสทริบิวท์ชั่นซึ่งนำมาเผยแพร่ให้ผู้ใช้ได้ใช้กัน
ฟรีบีเอสดีได้รับการยกย่องว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่มีชื่อเสียงทางด้านเสถียรภาพและความอึด (แต่ไม่อืด) จึงเป็นระบบปฏิบัติการที่ใช้รันเซิร์ฟเวอร์อย่างแพร่หลาย ข้อยืนยันนี้ดูได้จากรายงานอัพไทม์  (uptime เวลาจากการรีบูตครั้งล่าสุด) ในรายการ 50 อันดับของเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่มีอัพไทม์นานที่สุดก็มฟรีบีเอสดีและ  BSD/OS  ปรากฏอยู่เป็นจำนวนมาก สิ่งนี้เป็นตัวบ่งบอกถึงความมั่นคงของฟรีบีเอสดีว่า ตลอดเวลาการปฏิบัติงานอันยาวนานนี้นอกจากจะไม่มีการแครชแล้ว ยังไม่จำเป็นต้องมีการอัปเดตเคอร์เนลแต่อย่างใด (หลังจากอัพเกรดเคอร์เนลจำเป็นต้องรีบูต)
สรุปการทำงานของ FreeBSD จุดเด่นที่สำคัญของฟรีบีเอสดีคือประสิทธิภาพและเสถียรภาพ ที่ถูกนำมาใช้เป็นตัวแทนสู่สาธารณชน ส่วนใหญ่แล้วจะถูกใช้โดยโรงเรียนและมหาวิทยาลัย การพัฒนาระบบเป็นแบบเบ็ดเสร็จทั้งระบบ ฟรีบีเอสดีได้รับการยกย่องว่าเป็นระบบปฏิบัติการที่มีชื่อเสียงทางด้านเสถียรภาพและความอึด  แต่ไม่อืดของโปรแกรม

วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

การประยุกต์ใช้ระบบสารสนเทศเข้ากับโรงพยาบาล


ระบบสารสนเทศ
            ระบบสารสนเทศ (Information system) หมายถึง ระบบที่ประกอบด้วยส่วนต่างๆ ได้แก่
  • ระบบคอมพิวเตอร์ทั้งฮาร์ดแวร์ 
  • ซอฟท์แวร์ 
  • ระบบเครือข่าย 
  •  ฐานข้อมูล 
  • ผู้พัฒนาระบบ
  •  ผู้ใช้ระบบ 
  • พนักงานที่เกี่ยวข้อง
  •  ผู้เชี่ยวชาญในสาขา
ทุกองค์ประกอบนี้ทำงานร่วมกันเพื่อกำหนด  รวบรวม จัดเก็บข้อมูล  ประมวลผลข้อมูลเพื่อสร้างสารสนเทศ และส่งผลลัพธ์หรือสารสนเทศที่ได้ให้ผู้ใช้เพื่อช่วยสนับสนุนการทำงาน การตัดสินใจ  การวางแผน  การบริหาร การควบคุม  การวิเคราะห์และติดตามผลการดำเนินงานขององค์กร  ในการทำงานของระบบสารสนเทศประกอบไปด้วยกิจกรรม 3 อย่าง คือ
  • การนำข้อมูลเข้าสู่ระบบ (Input) 
  • การประมวลผล (Processing) 
  • การนำเสนอผลลัพธ์ (Output) 
ระบบสารสนเทศอาจจะมีการสะท้อนกลับ (Feedback) เพื่อการประเมินและปรับปรุงข้อมูลนำเข้า  ระบบสารสนเทศอาจจะเป็นระบบที่ประมวลด้วยมือ(Manual) หรือระบบที่ใช้คอมพิวเตอร์
นอกจากระบบสารสนเทศจะมีกระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบแล้วยังช่วยพัฒนาด้านเครื่องมือทางการแพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยสะดวก ลดความเจ็บปวดน้อยลง และปลอดภัยมากที่สุด โรงพยาบาลศิริราชจึงได้สร้างเทคโนโลยีสารสนเทศขึ้นมาเป็นจำนวนมาก
เราจะมาศึกษาในกรณีของโรงพยาบาลศิริราชว่ามีเทศโนโลยีสารสนเทศด้านใดบ้างที่นำมาประยุกต์ใช้ในโรงพยาบาล
ประวัติโรงพยาบาลศิริราช


โรงพยาบาลศิริราช  Siriraj Hospital  วันสถาปนา 26 เมษายน พ.ศ.2431
 ตั้งอยู่ เลขที่ 2 ถนนพรานนก แขวงศิริราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร  เป็นโรงพยาบาลที่เก่าแก่และมีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทย มีประชาชนให้ความเชื่อมั่นมารับการรักษาพยาบาลเป็นจำนวนมาก มีเครื่องมือทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศ มีบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถเป็นอย่างสูงในการแพทย์ทุกด้าน โดยเฉพาะในระยะหลัง ได้มีการพัฒนาความรู้ในการจัดการและบริหารองค์กรขึ้นมาก แต่องค์ความรู้ต่างๆเหล่านี้ ส่วนใหญ่ยังรู้กันเฉพาะตัวหรือเฉพาะกลุ่มที่ทำงานด้วยกัน และยังขาดกลไกในการจัดการกับความรู้เหล่านี้อย่างเป็นระบบ
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเป็นโรงพยาบาลและโรงเรียนแพทย์แห่งแรกที่ใหญ่และเก่าแก่ที่สุดของประเทศไทย ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวสถาปนาขึ้นเมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2431 พระราชทานนามว่า โรงศิริราชพยาบาลต่อมาได้โปรดเกล้าให้จัดตั้งโรงเรียนแพทย์แห่งแรกของไทย โรงเรียนศิริราชแพทยากรและเริ่มเปิดสอนตั้งแต่วันที่ 5 กันยายน 2433 นักศึกษาแพทย์รุ่นแรกได้สำเร็จการศึกษาและได้รับประกาศนียบัตรแพทย์ พ.ศ. 2436 และต่อมาเมื่อ พ.ศ. 2443 โรงเรียนแพทย์นี้ได้รับพระราชทานนามจากรัชกาลที่ 5 ว่าราชแพทยาลัย
     จากโรงเรียนแพทย์ ต่อมาได้พัฒนาขึ้นเป็นคณะแพทยศาสตร์ จัดการเรียนการสอนระดับปริญญาตรีแห่งแรกในประเทศไทย จากนั้นได้จัดตั้งมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์ใน พ.ศ.2485 ครั้นถึง พ.ศ.2512 ได้สถาปนามหาวิทยาลัยมหิดล เปลี่ยนนามจากคณะแพทยศาสตร์และศิริราชพยาบาลเป็นคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ได้ทรงพัฒนายกระดับมาตรฐานทางวิชาการแพทย์ และคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเข้าสู่มาตรฐานสากล
ปรัชญา      ความสำเร็จที่แท้จริงอยู่ที่การนำความรู้ไปประยุกต์ใช้เพื่อประโยชน์สุขแก่มวลมนุษยชาติ  
ปณิธาน      
     คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมีปณิธานที่จะผลิตบัณฑิต ให้บริการทางการแพทย์และสาธารณสุข และค้นคว้าวิจัย เพื่อสร้างและพัฒนาองค์ความรู้และวิทยาการอย่างต่อเนื่อง โดยยึดประโยชน์สุขของประชาชนทุกระดับเป็นจุดมุ่งหมายสูงสุด
วิสัยทัศน์  พันธกิจ
     คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลเป็นสถาบันทางการแพทย์ของแผ่นดิน มุ่งสู่ความเป็นเลิศระดับสากล
คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มีภาวะหลักในการผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ ความสามารถส่งเสริมงานวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม พัฒนาการบริการทางการแพทย์ โดยใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนอนุรักษ์และเผยแพร่กิจกรรม เพื่อทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของชาติอีกด้วยธนาคารเลือดคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล มีภาวะหลักในการผลิตบัณฑิตให้มีความรู้ ความสามารถส่งเสริมงานวิจัย ให้บริการทางวิชาการแก่สังคม พัฒนาการบริการทางการแพทย์ โดยใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนอนุรักษ์และเผยแพร่กิจกรรม เพื่อทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมของชาติอีกด้วยธนาคารเลือด
เป็นที่ยอมรับกันในปัจจุบันแล้วว่า ความรู้ เป็นสินทรัพย์ที่สำคัญขององค์กร ซึ่งถ้าองค์กรสามารถรวบรวมองค์ความรู้ทั้งเก่าและใหม่อย่างเป็นระบบ ถ่ายทอดและแบ่งปันกันระหว่างคนในองค์กรเพื่อที่จะนำไปใช้และขยายผลให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้รับบริการ รวมทั้งต่อตนเองและหน่วยงานด้วย จะเป็นการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และพัฒนาองค์กรสู่ความเป็นเลิศได้
การจัดการความรู้ในองค์กร (Knowledge Management) หรือเรียกย่อๆ ว่า KM เป็นกระบวนการที่จะช่วยให้มีการสร้าง รวบรวม จัดระบบ เผยแพร่ ถ่ายโอน ความรู้ที่เป็นประโยชน์เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์ต่างๆ ได้ทันเวลา และทันเหตุการณ์ จะส่งผลให้การปฏิบัติงานของคนในองค์กรมีคุณภาพ และมี ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้นได้อย่างรวดเร็ว KM เป็นแนวคิดในการบริหารองค์กรแบบใหม่ ซึ่งคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้นำมาต่อยอดและเชื่อมโยงกับการพัฒนาคุณภาพที่ผ่านมา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาวิธีการในการจัดการองค์ความรู้ภายในองค์กรที่เหมาะสมกับระบบบริหารและวัฒนธรรมองค์กรของคณะฯ สามารถนำความรู้ในองค์กรมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นกลไกสำคัญอย่างหนึ่งที่จะพัฒนาคณะฯไปเป็นองค์กรเรียนรู้อย่างแท้จริงในอนาคต



 เดลล์

บริษัท เดลล์ (Dell Inc.) เป็นบริษัทผลิตฮาร์ดแวร์คอมพิวเตอร์จากมลรัฐเท็กซัส สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันทำธุรกิจในการพัฒนา ผลิตและประกอบคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล, เซิร์ฟเวอร์, อุปกรณ์สำรองข้อมูล ปัจจุบันมีพนักงานมากกว่า 63,000 คนทำงานอยู่ตามสาขาต่างๆ ทั่วโลก และเป็นผู้ผลิตคอมพิวเตอร์นับเป็นจำนวนเครื่องมากที่สุดในโลก
เดลล์ และโรงพยาบาลศิริราชประกาศความร่วมมือในการสร้างสภาพแวดล้อมระบบเฮลท์แคร์ดิจิทัล และการฝึกอบรม เพื่อประโยชน์ดังนี้

  • ยกระดับและปรับปรุงขบวนการจัดการจัดการเวชระเบียนผู้ป่วย
  • ลดค่าใช้จ่ายในการจัดการ
  • ลดความสูญเสียข้อมูลให้น้อยที่สุด
 ความร่วมมือดังกล่าวช่วยสร้างมาตรฐานโครงสร้างพื้นฐานระบบไอทีให้กับโรงพยาบาลศิริราช โดยโซลูชั่น ประกอบด้วย
  • เซิร์ฟเวอร์ Dell PowerEdgeTM
  • สตอเรจ Dell|EMC แบบ SAN
  • เทปไลบราลี PowervaultTM ระบบสตอเรจแบบ NAS
  • เน็ตเวิร์กสวิทช์ PowerConnectTM
การบริการระดับโกล์ดเอ็นเทอร์ไพร์ซ (Dell’s Gold Enterprise Services) จากเดลล์ ซึ่งรวมถึงการให้บริการด้านความปลอดภัยแบบออนไซต์โดยวิศวกรจากเดลล์สำหรับแอพพลิเคชันหลักของโรงพยาบาล และบริการมอนิเตอร์ระบบตลอด 24 ชั่วโมง 7 วัน จากศูนย์บัญชาการสำหรับเอ็นเตอร์ไพร์ซ หรือศูนย์อีซีซี ในมาเลเซีย เพื่อให้ความมั่นใจในระบบที่สามารถทำงานได้ตลอดเวลา และแก้ปัญหาได้อย่างราบรื่นในยามที่เกิดปัญหาวิกฤติ
โรงพยาบาลศิริราชเป็นโรงพยาบาลที่เก่าแก่ที่สุดและมีชื่อเสียงมากที่สุดในประเทศไทย มีเตียงรองรับผู้ป่วย 2,368 เตียง และเป็นโรงเรียนแพทย์หนึ่งในประเทศไทย ผลิตแพทย์ที่ดีที่สุด ภายใต้มหาวิทยาลัยมหิดลที่มีชื่อเสียง และให้บริการการแพทย์ทั่วประเทศไทย โดยปกติแล้ว โรงพยาบาลศิริราชจะสร้างข้อมูล แชร์ และจัดเก็บข้อมูล การสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่มีเสถียรภาพและความปลอดภัยสูง เป็นปัจจัยสำคัญยิ่งยวดต่อการปฎิบัติการของโรงพยาบาล ในปี 2005 ที่ผ่านมา โรงพยาบาลศิริราชรองรับผู้ป่วยเข้ารับการรักษามากกว่า 2 ล้านคน และในแผนกรักษาการเฉพาะทางประมาณ 80,000 คน ในแต่ละปี นายแพทย์ 1,100 คน และบุคลากรด้านเฮลท์แคร์มากกว่า 6,000 คน ใช้งานระบบโครงสร้างพื้นฐานไอที เพื่อจัดการกับข้อมูลและการแลกเปลี่ยนข้อมูลในระบบสารสนเทศ โครงการสำคัญที่ติดตั้งในโรงพยาบาลศิริราช ประกอบด้วย
รองศาสตราจารย์ นายแพทย์ สรนิต ศิลธรรม รองคณบดีฝ่ายนโยบายและสารสนเทศ คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชพยาบาล มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า ก่อนที่จะติดตั้งระบบโครงสร้างพื้นฐานไอทีจากเดลล์ ข้อมูลสารสนเทศที่เข้ามาในระบบมีจำนวนมหาศาล และโอนย้ายข้อมูลโดยแมนนวล รวมถึงระบบการลงทะเบียนคนไข้ แต่ปัจจุบัน เมื่อคนไข้ลงทะเบียน ข้อมูลจะถูกส่งตรงเข้าระบบฐานข้อมูลโรงพยาบาล และแชร์ใช้ข้อมูลดังกล่าวทั่วทั้งเครือข่าย เป็นระบบไร้กระดาษ ซึ่งช่วยลดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และเพิ่มความเร็วในการใช้งานอย่างมาก รวมถึงประสิทธิภาพในการให้บริการคนไข้อีกด้วย


  ระบบบัตรพนักงานจำนวน 15,000 คน ของทางโรงพยาบาลใช้เทคโนโลยีสมาร์ตการ์ดเเบบ RFID ทำให้ทางโรงพยาบาลสามารถบันทึกชั่วโมงการทำงานของพนักงาน ควบคุมการเข้าออกประตู การเข้าออกที่จอดรถ แม้กระทั่งถึงเรื่องสวัสดิการค่าอาหารให้กับพนักงานได้ ระบบสมาร์ตการ์ดบรรจุเทคโนโลยีการสแกนลายนิ้วมือ ไว้ด้วยเทคโนโลยีนิ้ให้ความปลอดภัยและยืดหยุ่นต่อการใช้งาน การประยุกต์ใช้กับระบบธุรกิจโรงพยาบาล การปฎิบัติการ และการเงิน

โซลูชั่นสตอเรจ ความจุสูง ให้ความเร็วในการสำรองข้อมูลสูง ได้รับการจัดเก็บไว้ที่ศูนย์กลาง และสำรองข้อมูลไปยังไซต์สำรองข้อมูลผ่านเครือข่ายไฟเบอร์ออฟติก เพื่อให้บริการธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ จากยูสเซอร์ในระบบมากกว่า 4,000 จุดทั่วโรงพยาบาล



ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง และเครื่อง PC ที่รองรับการบริการให้กับนักศึกษาแพทย์ 250 คนในแต่ละปี เพื่อให้บริการห้องสมุดดิจิทัลของศิริราช รวมถึงให้บริการแพร่ภาพวิดิโอดิจิทัลจากกล้องจุดทรรศน์ระบบดิจิทัล เครื่องแปลงสัญญาณวิดีโอดิจิทัล และการส่งสัญญาณการแพทย์ทางไกล

การปฎิรูปแผนกรังสีวิทยา จากการถ่ายฟิล์มเอ็กซเรย์ แบบเดิม แปลงสู่ภาพถ่ายเอ็กซเรย์ดิจิทัล แล้วจัดเก็บสู่ระบบสื่อสารและการเรียกใช้งานภาพถ่าย (Picture Archiving and Communication System (PACS) โดยภาพสแกนจะถูกอัพโหลดลงระบบ และสามารถเรียกใช้งานจากที่ใดในโรงพยาบาลก็ได้ ซึ่งสำคัญมากเพราะช่วยย่นระยะเวลาในการเรียกใช้ข้อมูล ระบบสตอเรจความจุสูง และช่วงอายุการใช้งานประวัติคนไข้ คนไข้จะได้รับการบริการที่ดีขึ้น และได้รับประโยชน์จากการประหยัดค่าใช้จ่าย จากพัฒนาการของภาพถ่ายฟิล์มเอ็กซเรย์ และการเรียกใช้ข้อมูล
นายแพทย์ ทนงชัย สิริอภิสิทธิ์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายเวชสารสนเทศ ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์ศิริราชวิทยาพยาบาล กล่าวว่า จากภาพถ่ายระบบดิจิทัลและเครื่องเซิร์ฟเวอร์เดลล์ ความจุระบบสตอเรจของเรา สามารถรองรับข้อมูลได้อย่างไม่จำกัด ดังนั้น เราสามารถสแกนคนไข้ได้ไม่จำกัด
โรงพยาบาลศิริราชเป็นตัวอย่างที่ดีในวงการเฮล์ทแคร์ และวงการการศึกษา ในการสร้างประสบการณ์ที่ดีสำหรับผู้ใช้บริการ และการบริการที่ดีขึ้น เพราะปัจจุบันนี้ คนไข้ต่างคาดหวังคุณภาพการบริการสุขภาพ และนักศึกษาต่างก็แสวงหาประสบการณ์การเรียนรู้จากเครื่องมืออินเทอร์แอคทีฟ เทคโนโลยีช่วยให้เกิดการสร้างประวัติสุขภาพอิเล็กทรอนิกส์ หรือสร้างห้องสมุดดิจิทัล ซึ่งเข้าถึงในง่ายขึ้นจากแหล่งการเรียนรู้ พวกเรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ทางโรงพยาบาลศิริราชเลือกทำงานกับเดลล์ในการสร้างระบบโครงสร้างพื้นฐานไอทีที่มีเสถียรภาพ ขยายได้ และมีความปลอดภัย เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการด้านสุขภาพของโรงพยาบาลศิริราช และยกระดับโครงสร้างขบวนการฝึกอบรมนักศึกษาแพทย์
ระบบสารสนเทศระดับองค์กร (ERP) ในการเชื่อมต่อระบบฟร้อนเอ็นด์ และแบ็คออฟฟิศ รวมถึง ระบบสำคัญอื่นๆ เช่น ระบบบัญชี ระบบบริหารทรัพยากรบุคคล และการปฎิบัติการ โซลูชันนี้ช่วยให้โรงพยาบาลศิริราชดำเนินงานได้อย่างราบรื่น เรียลไทม์ รวมถึงโซลูชันดังกล่าวช่วยให้โรงพยาบาลสามารถดำเนินงานสอดคล้องและรองรับกับกฎเกณฑ์ของรัฐบาลได้ เช่น ระบบข้อมูลสารสนเทศการเงินภาครัฐ (GFMIS)      คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมีพันธกิจที่จะจัดการศึกษา เพื่อผลิตบัณฑิตและบุคลากรทางการแพทย์ทุกระดับ และแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ทำการวิจัย สร้างบรรยากาศทางวิชาการ ให้บริการทางการแพทย์ที่มีคุณภาพ คุณธรรม ทันสมัย ได้มาตรฐานสากล สอดคล้องกับความต้องการของประเทศ และนำมาซึ่งศรัทธาและความนิยมสูงสุดจากประชาชน รวมทั้งชี้นำสังคมไทยในด้านสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิต


แหล่งที่มาจาก:
 http://www.si.mahidol.ac.th/th/Hospitalhistory01.asp
http://www.gotomanager.com/news/printnews.aspx?id=48958
http://www.si.mahidol.ac.th/th/About_Us.asp
http://th.wikipedia.org